ฮิรางานะ คาตาคานะ คันจิ ต่างกันอย่างไร (และควรเริ่มจากตัวไหน)
โดย Miracle Team ·
สิ่งที่ทำให้ผู้เริ่มต้นกลัวภาษาญี่ปุ่นที่สุดคือ “มีตั้งสามตัวอักษร!” แต่พอเข้าใจว่าแต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกัน ทุกอย่างจะง่ายขึ้นทันที มาทำความรู้จักทีละแบบ
1. ฮิรางานะ (ひらがな) — ตัวอักษรพื้นฐานที่สุด
ฮิรางานะมี 46 ตัว แต่ละตัวแทน หนึ่งเสียง (เช่น あ = อะ, か = คะ, さ = ซะ) ใช้เขียนคำญี่ปุ่นแท้ คำช่วย และคำลงท้ายไวยากรณ์ นี่คือตัวอักษรที่ต้องเรียน เป็นอันดับแรก เพราะใช้ได้กับทุกอย่าง
ข่าวดีสำหรับคนไทย: ทั้ง 46 เสียงมีอยู่ในภาษาไทยแทบทั้งหมด จึงออกเสียงได้ทันทีที่จำหน้าตาตัวอักษรได้
2. คาตาคานะ (カタカナ) — สำหรับคำยืม
คาตาคานะมี 46 ตัวเท่ากันและเสียงเดียวกับฮิรางานะ แต่หน้าตาเหลี่ยมกว่า ใช้เขียน คำยืมจากต่างประเทศ ชื่อเฉพาะ และคำเลียนเสียง เช่น
- コーヒー (kōhī) = กาแฟ
- テレビ (terebi) = โทรทัศน์
- タイ (Tai) = ประเทศไทย
เพราะหลายคำมาจากภาษาอังกฤษที่คนไทยคุ้นอยู่แล้ว คาตาคานะจึงเดาความหมายได้ง่ายเมื่ออ่านออก
3. คันจิ (漢字) — ตัวอักษรแทนความหมาย
คันจิคือตัวอักษรจีนที่ญี่ปุ่นรับมาใช้ แต่ละตัวแทน ความหมาย ไม่ใช่แค่เสียง เช่น 山 = ภูเขา, 川 = แม่น้ำ, 日 = วัน/พระอาทิตย์ มีหลายพันตัว แต่ในชีวิตประจำวันใช้จริงราว 2,000 ตัว และผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องรีบ
ควรเริ่มจากตัวไหน
ลำดับที่แนะนำชัดเจน:
- ฮิรางานะก่อน — รากฐานของทุกอย่าง ใช้เวลาราว 1–2 สัปดาห์
- คาตาคานะต่อ — เรียนง่ายขึ้นเพราะระบบเสียงเดียวกัน อีกราว 1 สัปดาห์
- คันจิทีละนิด — เริ่มหลังอ่านคานะคล่อง เก็บจากตัวที่พบบ่อย ผูกกับคำที่รู้แล้ว
อย่าพยายามเรียนคันจิก่อนคานะ นั่นคือกับดักที่ทำให้คนเลิกเรียนกลางคัน
เคล็ดลับจำคานะให้เร็ว
- เขียนด้วยมือ การลากเส้นช่วยให้สมองจำรูปได้ดีกว่าแค่มอง
- จับคู่กับภาพ เช่น き (ki) คล้ายกุญแจ (key)
- อ่านของจริง ลองอ่านชื่อเมนูหรือป้ายในอนิเมะ การได้ใช้จริงทำให้จำแน่น
- ใช้แอปที่มีเสียง ฟังเสียงที่ถูกต้องตั้งแต่แรกสำคัญมาก
พร้อมจะอ่านญี่ปุ่นออกแล้วหรือยัง
เมื่ออ่านคานะได้ ก้าวต่อไปคือเก็บคำและประโยค ลองชุด 20 ประโยคภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน หรือกลับไปดูภาพรวมทั้งหมดที่ โรดแมปเรียนภาษาญี่ปุ่นจากศูนย์
แอป Japanese For Kids & Beginners สอนฮิรางานะ คาตาคานะ และคันจิอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเสียงเจ้าของภาษา ดาวน์โหลดฟรีที่ Google Play